12 สิงหาคม 2557

 Network System ☺


ความหมายของระบบเครือข่าย


               

            Network System คือ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป เข้ากันด้วย

สายเคเบิล หรือสื่ออื่นๆ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถรับส่งข้อมูลแก่กันและกันได้ในกรณีที่

เป็นการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่

เป็นศูนย์กลาง เรียกว่า โฮสต์ (Host) และเรียกคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เข้ามาเชื่อมต่อว่า

ไคลเอนต์(Client)




ประเภทของระบบเครือข่าย

               ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพื่อจะทำการแชร์

ข้อมูล และทรัพยากรร่วมกัน ระบบเครือข่ายสามารถแบ่งออกเป็น ประเภท ด้วยกันคือ

              


1. LAN (Local Area Network) คือ ระบบเครื่องข่ายท้องถิ่น เป็น

เน็ตเวิร์กในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ไม่ต้องใช้โครงข่ายการ

สื่อสารขององค์การโทรศัพท์ จะเป็นระบบเครือข่ายที่อยู่ภายในอาคาร

เดียวกันหรือในระยะใกล้ๆ







2. MAN (Metropolitan Area Network) คือ ระบบเครือข่ายเมือง

ห่างไกลกันในช่วง 5-50 กิโลเมตร เป็นเน็ตเวิร์กที่จะต้องใช้โครงข่าย

การสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย

เป็นการติดต่อกันในเมือง



3. WAN (Wide Area Network) คือ ระบบเครือข่ายกว้างไกล หรือ

เรียกได้ว่าเป็น World Wide ของระบบเน็ตเวิร์ก โดยจะเป็นการ

สื่อสารในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลก จะต้องใช้มีเดีย 

ในการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย

(คู่สายโทรศัพท์ dial-up / คู่สายเช่า Leased line / ISDN) 

(lntegrated Service Digital Network สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง

และภาพในเวลาเดียวกัน)



 


  ลักษณะการทำงาน

1.Peer to Peer Network : เป็นลักษณะของกลุ่มคอมพิวเตอร์ที่ไม่มี

เครื่องใดมีหน้าที่ดูแลจัดการระบบทั้งหมด



2. Client-Server : ในกรณีที่องค์กรของเรามีผู้ใช้เครื่องมากกว่า 

15-20 เครื่อง ระบบเน็ตเวิร์คแบบ Peer to Peer จะไม่เหมาะสม 

ควรเลือกใช้ระบบ client-server เพราะมีความสามารถในการดูแล

ควบคุมการใช้งานของระบบเน็ตเวิร์คที่มีผู้ใช้จานวนมากได้ดีกว่า





   อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบเครือข่าย   


1.โมเด็ม (Modem) : เป็นฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณ

แอนะล็อกให้เป็นสัญญาณดิจิตัล เมื่อข้อมูลถูกส่งมายังผู้รับละแปลง

สัญญาณดิจิตัลให้เป็นแอนะล็อก เมื่อต้องการส่งข้อมูลไปบนช่อง

สื่อสาร  กระบวนการที่โมเด็มแปลงสัญญาณดิจิตัลให้เป็นสัญญาณแอ

นะล็อก เรียกว่า มอดูเลชัน (Modulation)


 Modem 


2. การ์ดเครือข่าย (Network  Adapter) หรือ การ์ด LAN : 

เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเครื่องต่างกันได้ไม่จำเป็นต้อง

เป็นรุ่นหรือยี่ห้อเดียวกัน ควรเป็น การ์ดแบบ PCI เพราะสามารถส่ง

ข้อมูลได้เร็วกว่าแบบ ISAและเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆมักจะไม่มี Slot  ISA

ควรเป็นการ์ดที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps ซึ่งจะมีราคามากกว่าการ์ด

แบบ 10 Mbps ไม่มากนัก แต่ส่งขอมูลได้เร็วกว่า 


การ์ด LAN





3.เกตเวย์ (Gateway) : เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกอย่างหนึ่งที่

ช่วยในการสื่อสารข้อมูลคอมพิวเตอร์หน้าที่หลักคือช่วยให้เครือข่าย

คอมพิวเตอร์  2 เครือข่ายหรือมากกว่า ซึ่งมีลักษณะไม่เหมือนกัน

สามารถติดต่อสื่อสารกันได้เหมือนเป็นเครือข่ายเดียวกัน




Gateway





4.เราเตอร์ (Router) เป็นอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายที่ทำหน้าที่เป็น

ตัวเชื่อมโยงให้เครือข่ายที่มีขนาดหรือมาตรฐานในการส่งข้อมูลต่าง

กัน สามารถติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ เราเตอร์จะทำงาน

อยู่ชั้น Network หน้าที่ของเราเตอร์ก็คือ ปรับโปรโตคอล (Protocol)

(โปรโตคอลเป็นมาตรฐานในการสื่อสารข้อมูล บนเครือข่าย


คอมพิวเตอร์) ที่ต่างกันให้สามารถสื่อสารกันได้
Router




5. บริดจ์ (Bridge) : มีลักษณะคล้ายเครื่องขยายสัญญาณ บริดจ์จะ

ทำงานอยู่ในชั้น Data Link บริดจ์ทำงานคล้ายเครื่องตรวจตำแหน่ง

ของข้อมูล โดยบริดจ์จะรับข้อมูล จากต้นทางและส่งให้กับปลายทาง 

โดยที่บริดจ์จะไม่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใดๆแก่ข้อมูล บริดจ์

ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายมีประสิทธิภาพลดการชนกัน ของ

ข้อมูลลง บริดจ์จึงเป็นสะพานสำหรับข้อมูลสองเครือข่าย


Bridge









6. รีพีตเตอร์ (Repeater) : เป็นเครื่องทบทวนสัญญาณข้อมูลในการ

ส่งสัญญาณข้อมูลในระยะทางไกลๆสำหรับสัญญาณแอนะล็อกจะต้อง

มีการขยายสัญญาณข้อมูลที่เริ่มเบาบางลงเนื่องจากระยะทาง และ

สำหรับสัญญาณดิจิตัลก็จะต้องมีการทบทวนสัญญาณเพื่อป้องกันการ

ขาดหายของสัญญาณเนื่องจากการส่งระยะทางไกลๆเช่นกัน 

รีพีตเตอร์จะทำงานอยู่ในชั้น Physical
 
Repeater


7.  สายสัญญาณ : เป็นสายสำหรับเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ

ในระบบเข้าด้วยกัน หากเป็นระบบที่มีจำนวนเครื่องมากกว่า 2 เครื่องก็

จะต้องต่อผ่านฮับอีกทีหนึ่ง โดยสายสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อเครื่อง

ในระบบเครือข่าย จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ


 -     สาย Coax  มีลักษณะเป็นสายกลม  คล้ายสายโทรทัศน์  ส่วนมากจะเป็นสีดำสายชนิดนี้จะใช้กับ

การ์ด LAN ที่ใช้คอนเน็กเตอร์แบบ BNC สามารถส่งสัญญาณได้ไกลประมาณ 200 เมตร  สายประเภทนี้

จะต้องใช้ตัว T Connector สำหรับเชื่อมต่อสายสัญญาณกับการ์ด LAN ต่างๆในระบบ และต้องใช้ตัว 

Terminator ขนาด 50 โอห์ม  สำหรับปิดหัวและท้ายของสาย

สาย Coax


-     สาย UTP (Unshied  Twisted  Pair)  เป็นสายสำหรับการ์ด  LAN ที่ใช้คอนเน็กเตอร์แบบ 

RJ-45  สามารถส่งสัญญาณได้ไกลประมาณ 100 เมตร ในกรณีเป็นการเชื่อมต่อเครื่อง 2 เครื่องสามารถ

ใช้ต่อผ่านสายเพียงเส้นเดียได้แต่ถ้ามากกว่า 2 เครื่อง ก็จำเป็นต้องต่อผ่านฮับ


สาย UTP


8.  ฮับ (HUB) : เป็นอุปกรณ์ช่วยกระจ่ายสัญญาณไปยังเครื่องต่างๆที่

อยู่ในระบบ หากเป็นระบบเครือข่ายที่มี 2 เครื่องก็ไม่จำเป็นต้องใช้ฮับ

สามารถใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อ ถึงกันได้โดยตรง  แต่หากเป็นระบบ

ที่มีมากกว่า 2 เครื่องจำเป็นต้องมีฮับเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ใน

การเลือกซื้อฮับควรเลือกฮับที่มีความเร็วเท่ากับความเร็ว ของการ์ด

HUB


โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์(TOPOLOGY) 

1. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (Bus topology) 


ประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่อง

คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อม

ต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อม

กัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้

สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง 

ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย


ข้อเสียของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวน


เครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา


http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/bus_topology.jpg



 2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (Ring topology) 


มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมี

ลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลม

ด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จาก

เครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใด

เครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถ

ทำงานต่อไปได้ 

ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวน คือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย 




http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/ring_topology.jpg



3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (Star topology)


ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุดศูนย์กลางในการควบคุมการ

เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือ ฮับ การสื่อสารระหว่างเครื่อคอมพิวเตอร์

ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์


เครื่องอื่นๆ

ข้อดีของโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาว คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ


ข้อเสียของโครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาว คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย



http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/STAR.JPG